องค์การบริหารส่วนตำบลท่าค้อ
159 หมู่ 4 ถนนชยางกูร  ตำบลท่าค้อ  อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม 48000
เบอร์โทรศัพท์ 042-532522/042-532567
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 17/09/2012
ปรับปรุง 19/04/2018
สถิติผู้เข้าชม 297085
Page Views 430458
คู่มือประชาชน
สภาเด็กและเยาวชนตำบลท่าค้อ
ทำเนียบคณะบริหารสภาเด็กตำบลท่าค้อ
ประวัติดอนแกวกอง
ประวัติดอนแกวกอง

ดอนแกวกอง

ดอนแกวกอง     เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ในแม่น้ำโขงค่อนมาทางฝั่งไทย

         

ที่ตั้ง   

                   บ้าน หนองจันทร์ ตำบลท่าค้อ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ดอนแกวกอง มีลักษณะเป็นหาดทรายงอกยาวขึ้นมาทางเหนือจรดท้ายเมืองนครพนม และติดกับชายฝั่งโขงโดยตลอดชาวเมืองเรียกว่าหาดแกวกองบ้าง หาดหนองจันทร์บ้าง เมื่อถึงฤดูแล้งจะมองเห็นหาดแกวกองยื่นออกไปกลางแม่น้ำโขงเกือบจรดเมืองท่าแขกของประเทศลาว

 

ประวัติ 

                   ตำนาน เมืองศรีโคตรบูรณ์ในตอนหนึ่งกล่าวไว้ว่าเกิดการชิงความเป็นใหญ่ ในแผ่นดินระหว่างพระนครานุรักษ์ (ท้าวคำสิงห์) ซึ่งเป็นราชบุตรเขยของพระบรมราชา (เอวก่าน)  คือเมื่อ พระยาขัตยิวงศา    ราชบุตร มหาฤาไชยไตรทศฤาเดชเชษฐบุรีศรีโคตรบูรณ์หลวง ได้ถึงแก่พิราลัยแล้ว เจ้าเอวก่านพระโอรสขึ้นครองนครแทน มีพระนามว่า พระบรมราชา(เอวก่าน) ครองนครศรีโคตรบูรณ์ อยู่ได้ 24 ปี ก็ถึงแก่พิลาลัย  เจ้าผู้ครองนครเวียงจันทน์ จึงแต่งตั้งให้ท้าวคำสิงห์ราชบุตรเขย พระบรมราชา (เอวก่านขึ้นครองนครแทน มีพระนามว่า พระนครานุรักษ์ ต่อมาได้พิจารณาเห็นว่าเมืองศรีโคตรบูรณ์นี้ มิได้ตั้งอยู่ปากน้ำหินบูนอย่างแต่ก่อน (คือขณะนี้ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองเก่า) จึงให้เปลี่ยนชื่อเมืองเสียใหม่ว่า เมืองมรุกขนคร ในการที่พระนครานุรักษ์ (ท้าวคำสิงห์)   ราชบุตรเขยได้ครองเมืองในครั้งนั้น ทำให้ท้าวกู่แก้ว ซึ่งเป็นพระโอรสพระบรมราชา

(เอวก่าน)   ขณะนั้นไปถวายตัวเป็นมหาดเล็กอยู่กับเจ้านครจำปาศักดิ์ตั้งแต่พระชนม์มายุ ได้ 15 ชันษา ทรงทราบว่าท้าวคำสิงห์ได้ครองนครแทนบิดาก็ไม่พอใจ  จึงทูลลาเจ้านครจำศักดิ์ขึ้นมาเกลี้ยกล่อมราษฎร ได้กำลังคนเป็นจำนวนมาก แล้วสร้างเมืองขึ้นที่บ้านแก้งเหล็กริมห้วยน้ำขมชื่อว่าเมืองมหาชัยกอบแก้วตั้งแข็งเมืองอยู่ พระนครานุรักษ์ทรงทราบ จึงไปขอกำลังจากกรุงศรีสัตนาครหุต (เวียงจันทน์) แต่ไม่ได้จึงไปขอจากเมืองญวนได้มา 6,000 คน แล้วจัด ให้ทหารญวนพักอยู่ที่เมืองคำเกิด เพราะเกรงว่าท้าวกู่แก้วทราบเรื่องก่อนจึง ยกไพร่พล 4,000 คน คุมเครื่องบรรณาการไอหาแม่ทัพญวนที่เมืองคำเกิด แล้วแอบอ้างว่าเป็นเจ้าเมืองมรุกขนคร ฝ่ายญวนหลงเชื่อจึงสมทบกับไป ตีเมืองมรุกขนครแตก พระนครานุรักษ์จึงพาครอบครัวหนีข้ามแม่น้ำโขงไปอยู่ที่ดงเซกา แล้วขอกำลังจากเวียงจันทน์อีกครั้งหนึ่ง พระเจ้าเวียงจันทน์ได้ให้พระยาเชียงสาเป็นแม่ทัพ มาช่วยโดยตั้งค่ายอยู่ที่บ้านหนองจันทน์อีกฝ่ายหนึ่งที่บ้านธาตุน้อยศรีบุญเรืองแล้วจัดไพร่พลทั้งสองค่ายขนานเป็นปีกกาโอบถึงกั่น เพื่อจะโจมตีเมืองมรุกขนคร ฝ่ายทัพญวนที่มาช่วยท้าวกู่แก้ว ตั้งทัพอยู่ที่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ได้เอาไม้ไผ่มาทำสะพานเป็นแพลูกบวบ จะยกข้ามแม่น้ำโขงมาโจมตีทัพพระยาเชียงสากะว่าพอจะไต่ข้ามถึงฝั่งไว้   เมื่อหัวแพข้ามถึงฝั่งขวาแล้วจะชนะเป็นสะพานลำเลียงให้ทหารไต่ข้ามโขง   ขณะที่ทหารแกวกำลังผลักแพไม้ข้ามโขงนี้เอง ฝ่ายพระยาเชียงสาได้ใช้ปืนใหญ่ ยิงตัดสะพานแพลูกบวบขาดเป็นท่อน ๆ แล้วยกกำลังเข้าสู้รบกัน แถวกลางแม่น้ำโขง ทหารแกวถูกยิง ฟั่น แทง ตายตกแม่น้ำเกลื่อนกลาด จนแตกพ่าย ศพทหารแกวลอยไปติดที่เกาะดอนกองทับถมกั่นเป็นจำนวนมาก เกาะนี้จึงได้ชื่อเรียกว่า ดอนแกวกอง มาจนถึงทุกวันนี้

          ปลายมหา สงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2488 ทหารญี่ปุ่นเข่ายึดครองปลดอาวุธฝรั่งเศสทั่ว อินโดจีน ซึ่งประเทศลาว เขมร   และเวียดนามไม่ยอมเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสเหมือนอย่างเดิม จึงได้มีการ ต่อสู้กันทั่วไปในอินโดจีน ในระหว่างที่ญี่ปุ่นยึดครองอยู่นั้นรัฐบาลลาวได้ ขอร้องให้ญี่ปุ่นส่งคนญวนกลับประเทศของเขา เพราะต่างก็เป็นเอกราชแล้ว ฝ่าย ญวนก็เห็นชอบด้วยจึงอพยพคนญวนจากหลวงพระบางเวียงจันทน์ จำนวนหลายหมื่นคนมา รวมไว้ที่เมืองท่าแขก)  ผ่ายญี่ปุ่นเมื่อแพ้สงครามแล้วก็ต้องถอยทัพกลับ แต่ลาวกับญวนก็ยังทำการ ต่อสู้กับฝรั่งเศสเรื่อยมาจนกระทั่งปี พ.ศ. 2489 เมืองท่าแขกแตก เพราะ ฝรั่งเศสรุกหนัก ทั้งทางพื้นดินและทางอากาศ ฝรั่งเศสได้นำเครื่องบินมาทิ้ง ระเบิดทำลายอย่างหนัก ทหารที่รักษาเมืองท่าแขกเห็นว่าสู้ไม่ไหวแล้ว จึง ปล่อยให้ประชาชนอพยพข้ามมาฝั่งขวา   ในขณะที่เรือบรรทุกผู้อพยพกำลังลอยอยู่เต็มแม่น้ำโขงนั้นเอง เครื่องบินรบของ ฝรั่งเศส 2 ลำก็ยิงกราดมาที่เรือบินวนอยู่ไปมาหลายเที่ยว ทำให้เรือล่ม ไฟ ไหม้ คนจมน้ำตายเป็นจำนวนมากส่วนมาก ศพแกวก็ได้ลอยไปติดอยู่ที่บริเวณ ดอนแกวกองอีกเป็นครั้งที่ 2

ยินดีต้อนรับสู่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าค้อ อำเภอเมืองนครพนม  จังหวัดนครพนม 48000 โทร 0-4253-2522  ,  0-4253-2567